Advertising:

ตกขาวปัญหาที่สาวๆหลายคนเป็นกังวล ihealthy จะพาเพื่อนๆไขข้อสงสัยเกี่ยวกับตกขาวกันค่ะในวันนี้ แบบไหนกันที่เรียกว่าตกขาวที่เป็นปกติของสาวๆ แบบไหนที่น่าเป็นห่วง แล้วเหล่านี้เกิดจากอะไร อะไรคือตกขาวแป้งเปียก จะรักษาป้องกันมีวิธีการไหนบ้าง ตามเราไปดูกันค่ะสาวๆ

ไขข้อสงสัยอาการตกขาว ตกขาวแป้งเปียกเป็นอย่างไร ป้องกันรักษาทำอย่างไร ไปพร้อมกับเรา ihealthy 

 สาวๆสงสัยกันไหมจ๊ะ…ว่าตกขาวคืออะไร??

“ตกขาว”หรือ”มุตกิด”หรือ”ระดูขาว”หรือ”Leukorrhea”หรือ”Vaginal Discharge”จะชื่อไหนๆก็มีความหมายที่เข้าใจกันว่าคือ ตกขาว!! นั่นแหละค่ะสาวๆ ตกขาวหมายถึง? ตกขาวคืออะไร? สงสัยกันอยู่ใช่ไหมละจ๊ะ เจ้าตกขาวเนี่ยคือของเหลวที่ถูกขับออกมากจากช่องคลอด เพื่อสร้างความชุ่มชื่นให้บริเวณปากช่องคลอด ปากมดลูก มีลักษณะเป็นเมือก เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อภายในช่องคลอด โดยปกติมักจะมีสีขาวหรือใส หรือขุ่นๆ แต่จะไม่มีกลิ่น ไม่มีอาการคันร่วมค่ะ

ตกขาวแป้งเปียก อาการปกติของตกขาวจริงหรือ??

ตกขาวปกติหรือPhysiologic vaginal  discharge ที่มักเกิดขึ้นได้กับสาวๆนั้น คือ ตกขาวทีมีลักษณะเป็นเมือกขาว ใส่ หรือขุ่นๆข้นคล้ายแป้งเปียก มีภาวะเป็นกรดอ่อนๆ อาจมีกลิ่นเปรี้ยวบ้างเล็กน้อย แต่จะไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีอาการคันหรือแสบใดๆร่วม ส่วนจะมีมากน้อยนั้นขึ้นกับหลายปัจจัยค่ะ ตกขาวเป็นสารคัดหลั่งที่ร่างกายสร้างมาเพื่อช่วยให้ช่องคลอดของสาวๆชุ่มชื่น ช่วยปรับสภาพความเป็นกรดเป็นด่าง อีกทั้งยังป้องกันการติดเชื้อในช่องคลอดค่ะ มีหลายช่วงเวลาที่ร่างกายของสาวๆมีการสร้างตกขาวมากขึ้นหรือน้อยลงกว่าปกติ ดังนี้

  • ในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์พบว่าสาวๆมักมีตกขาวากกว่าปกติ
  • ในช่วงเวลาก่อนและหลังการมีประจำเดือน พบว่ามักมีตกขาวมากกว่าปกติ
  • ขณะใช้ยาคุมกำเนิด อาจเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้มีตกขาวมากกว่าปกติค่ะ
  • ขณะมีอารมณ์ทางเพศหรือหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ อาจมีตกขาวมากขึ้นได้เช่นกันค่ะ
  • ในช่วงระยะไข่ตกเป็นอีกช่วงเวลาที่มักพบว่าสาวๆจะมีตกขาวมากกว่าปกติค่ะ
  • ในขณะที่สาวๆมีภาวะเครียดหรือวิตกกังวล ตกขาวอาจมากกว่าช่วงเวลาปกติ ไม่ต้องกังวลไปค่ะ
  • และตกขาวจะน้อยลงในกลุ่มที่หมดประจำเดือนจ้า

อะไรกัน? คือสาเหตุของตกขาวผิดปกติ

ตกขาวผิดปกติหรือPathologic vaginal discharge เป็นอาการตกขาวที่เกิดจากการติดเชื้อโรคต่างๆของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศหญิงมีการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และการติดเชื้อที่ไม่เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์ การแพ้หรือการระคายเคืองจากสารเคมี ทำให้มีสี กลิ่น สาวๆจะสังเกตุอย่างไรว่าอาการแบบไหนเริ่มเป็นอาการของตกขาวผิกปกติ ตามข้างล่างนี้เลยค่ะ

  • มีตกขาวมากผิดปกติจนต้องใช้ผ้าอนามัย
  • มีกลิ่นเหม็น คาว
  • สีผิดจากปกติ หรือมีปนหนอง ลักษณะมีฟอง
  • ระยะเวลาที่เป็นตกขาวนานเกิน 2 สัปดาห์
  • มีอาการคัน แสบ มีไข้ หรือเจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์

ส่วนสาเหตุของการเกิดตกขาวที่ผิดปกติที่พบได้ ดังนี้

ตกขาวผิดปกติ-ตกขาว

รูปจาก: www.pinterest.com

  • เชื้อแบคทีเรียหรือBacterial vaginosis เป็นการติดเชื้อที่พบได้เป็นส่วนใหญ่ประมาณ 50% มักมีสาเหตุุมาจากการสวนล้างช่องคลอด การใส่ห่วงอนามัย กินยาปฏิชีวนะต่อเนื่องเป็นเวลานาน ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา การกินอาหารหมักดอง กินอาหารคาวจัดค่ะ
  • เชื้อรา พบได้ประมาณ 25% ส่วนใหญ่จากเชื้อรา Candida albicans มีสาเหตุมาจากความอับชื้น การใช้ยาปฏิชีวนะ ยาสเตียรอยด์ ยาเม็ดคุมกำเนิด ในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ติดเชื้อเอดส์หรือโรคเชื้อราในช่องคลอด หญิงตั้งครรภ์ ความเครียดค่ะ
  • เชื้อพยาธิในช่องคลอด หรือเชื้อทริโคโมแนส หรือTrichomoniasis เป็นการติดเชื้อที่พบได้ประมาณ 25% สัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์ ทั้งผู้ป่วยและคู่นอนต้องรับการรักษาด้วยเสมอ ตกขาวจะมีลักษณะเป็นฟอง
  • เชื้อไวรัส เกิดจากการติดโรคทางเพศสัมพันธ์ จากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคเริม หรือเฮอร์ปีส์ซิมเพล็กซ์ หรือHerpes simplex
  • เชื้อบัคเตรีชนิดอื่น ๆ เช่น เชื้อสแตฟีโลค็อกคัส (Staphylococcus), สเตรปโตค็อกคัส (Streptococcus) เป็นต้น ทั้งนี้อาจพบเชื้อต้นเหตุได้มากกว่า 1 ชนิดก็ได้
  • เชื้อวัณโรค ชนิดนี้พบได้น้อยมาก
  • โรคมะเร็ง มักพบอาการตกขาวผิดปกติ ในโรคมะเร็งช่องคลอด โรคมะเร็งปากมดลูก และโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
  • มีวัตถุแปลกปลอมในช่องคลอด เนื่องจากจะทำให้ผนังช่องคลอดระคายเคือง และเกิดอาการอักเสบและติดเชื้อตามมาจึงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้มีการตกขาวแบบผิดปกติได้ค่ะ

ลักษณะตกขาว สี กลิ่น บ่งชี้อาการตกขาวผิดปกติได้

ตกขาวผิดปกติ2-ตกขาว

รูปจาก:www.pinterest.com

  • ตกขาวเป็นน้ํา หรือตกขาวเป็นเมือกใส ไม่มีสี ไม่คัน และไม่มีกลิ่น หรืออาจเป็นเหมือนแป้งเปียก ถือว่าเป็นอาการตกขาวปกติ แต่ถ้าหากอาการตกขาวเป็นน้ำ ไหลออกมาเป็นฟอง และมีอาการคันร่วมด้วย อาจเกิดจากช่องคลอดอักเสบหรือติดเชื้อแบคทีเรียก็เป็นได้ค่ะ
  • ตกขาวสีเทา ตกขาวมีปริมาณมากขึ้น สีขาวเนียนปนเทาอ่อน มีกลิ่นเหม็นอับคล้ายกลิ่นคาวปลาเค็ม มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย มักพบในสาวๆที่ชอบสวนล้างช่องคลอด การคุมกำเนิดโดยการใส่ห่วงอนามัย การรับประทานยาปฏิชีวนะต่อเนื่องเป็นเวลานาน การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
  • ตกขาวเป็นก้อนสีขาว กลิ่นคล้ายนมบูด เป็นสีขาวข้นหรืออาจเป็นสีเหลืองขาว มีกลิ่นเหม็นอับ แต่ไม่มีกลิ่นคาว มีแสบคันในช่องคลอด เป็นตกขาวที่เกิดจากการติดเชื้อรา มักพบในคนที่กินยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานหรือเป็นผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำค่ะ
  • ตกขาวสีเหลือง เกิดได้จากหลายสาเหตุ
    • การติดเชื้อแบคทีเรีย จะมีสีเหลื่องขุ่นร่วมกับมีกลิ่นคาวปลา และอาจมีอาการคันร่วมด้วย สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
    • การติดเชื้อหนองใน ตกขาวจะมีปริมาณมากและมีสีเหลืองปนเขียว มีกลิ่นเหม็น ไม่คัน แต่จะมีอาการปวดแสบขณะปัสสาวะค่ะ
    • การติดเชื้อรา กลิ่นคล้ายนมบูด เป็นสีขาวข้นหรืออาจเป็นสีเหลืองขาว มีกลิ่นเหม็นอับ แต่ไม่มีกลิ่นคาว
    • การติดเชื้อไวรัส ตกขาวสีเหลือง มีกลิ่นผิดปกติ มักเกิดจากการติดโรคทางเพศสัมพันธ์ ส่วนใหญ่เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคเริม ทำให้มีตุ่มใสๆขนาดเล็ก ต่อมาจะแตกออกกลายเป็นแผลและแสบคัน
    • การติดเชื้อพยาธิในช่องคลอด ตกขาวจะมีสีเหลืองปนเขียว หรือสีเขียว
    • การติดเชื้อแบคทีเรีย Chlamydia ปากมดลูกอักเสบ และช่องคลอดอักเสบ แต่พบได้ไม่บ่อย
  • ตกขาวสีเขียว มักเกิดจากการติดเชื้อพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis) ตกขาวจะเป็นสีเหลืองหรือสีเขียว มีปริมาณมาก มีกลิ่นเหม็นออกเปรี้ยวเล็กน้อย มีลักษณะเป็นฟอง มีอาการคัน แสบ แดง และเจ็บที่อวัยวะเพศ ในบางรายอาจมีอาการปัสสาวะแสบขัด มักพบในคนที่ติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ค่ะ
  • ตกขาวสีน้ําตาล หรือตกขาวปนเลือด หากเกิดขึ้นหลังจากมีประจำเดือนอาจเกิดจากการตกค้างของประจำเดือนเก่า แต่ถ้าหากมีอาการปวดท้องร่วมด้วยแล้วมีสีน้ำตาลหรือปนเลือกอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นอาการติดเชื้อหรืออักเสบที่ปากมดลูก หรือในผู้ที่เป็นมะเร็งปากมดลูกค่ะ
  • ตกขาวสีชมพู มักพบได้ในหญิงหลังคลอด อาจเป็นสีของเลือดล้างหน้าเด็กซึ่งมักจะเป็นสีชมพูจางๆ หรือเกิดจากการลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกค่ะ

เป็นตกขาวจะรักษา ป้องกัน อย่างไรดี??

 สตรี-ตกขาวรูปจาก: www.pinterest.com

การรักษาตกขาว

  • จากแบคทีเรีย(Bacterial Vaginosis) และติดเชื้อปรสิตทริโคโมนาส มักรักษาด้วยกินยาปฏิชีวนะหรือครีมทาภายในช่องคลอด อย่างพวก ยาเมโทรนิดาโซล(Metronidazole) หรือทินิดาโซล(Tinidazole)ค่ะ ซึ่งยาเหล่านี้ควรใช้ภายใต้การแนะนำของแพทย์นะคะเพื่อนๆ
  • จากเชื้อรา มักใช้ยาต้านเชื้อราชนิดสอดเข้าไปในช่องคลอด มีทั้งรูปแบบครีม ยาเหน็บ ตัวยาที่ใช้ ได้แก่ โคลไตรมาโซล(Clotrimazole) ส่วนยารับประทานใช้ยาฟลูโคนาโซล(Fluconazole)ค่ะ แต่หากรักษาแล้วไม่หายและอาการไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษานะคะ

การป้องกันการเกิดตกขาว

  • รักษาความสะอาดอยู่เสมอค่ะ
  • ไม่สวนล้างช่องคลอดบ่อย แต่ถ้าหากล้างควรเลือกใช้ผลิตภัณฆ์ที่เหมาะสมกับช่องคลอดค่ะ
  • สวมใสชุดชั้นในที่สะอาด ระบายอากาศได้ดี
  • ระวังเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ค่ะ
  • ทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์ที่ใช้อย่างสม่ำเสมอค่ะ

อาการตกขาวถือเป็นเรื่องที่สาวๆหลายคนประสบปัญญาหาอยู่ใช่ไหมหล่ะคะ ได้ความรู้เรื่องตกขาวไปแล้วลองสังเกตุอาการตัวเองดูกันนะจ๊ะ หากเกิดความผิดปกติอะไรขึ้นจะได้รักษาได้อย่างทันท่วงที ด้วยความปราถนาดีจากทีมงาน ihealthy จ้าาา สาระดีๆแบบนี้จะเก็บไว้คนเดียวได้อย่างไรกันคะสาวๆ อย่าลืมแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใยได้ทราบโดยทั่วกันนะจ๊ะ อ้าววว “แชร์สิจ๊ะ” รอช้าอยู่ใย สำหรับวันนี้เราขอตัวลาเพื่อนๆไปก่อน สวัสดีค่ะ

ขอบคุณข้อมูล วีดีโอ และรูปภาพจาก :

 

Advertising: