Advertising:

สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคนมาพบกับสาระดีๆด้านสุขภาพกับ ihealthy กันอีกแล้วนะคะ สำหรับวันนี้เราขอนำเสนอในเรื่องของอาการปวดเข่าค่ะ อาการปวดเข่าถือเป็นอาการที่เกิดขึ้นจากการบาดเจ็บของข้อเข่า พอพูดถึงคำว่าปวดเข่าแล้วหลายคนคงนึกถืงอาการนี้มักเกิดกับผู้สูงอายุ นึกถึงโรคข้อเข่าเสื่อม แต่เดี๋ยวก่อนค่ะเพื่อนๆ การปวดเข่านั้นไม่ได้มีเพียงจากข้อเข่าเสื่อมเท่านั้น เพราะภายในเข่าเองมีองค์ประกอบหลายอย่างมากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ กระดูก เอ็นยึดกล้ามเนื้อ เอ็นยึดข้อเข่า เป็นต้น วันนี้ทีมงาน ihealthy ของเราจึงได้นำความรู้เกี่ยวกับการปวดเข่าจากสาเหตุต่างๆไม่ว่าจะเป็นจากอุบัติเหตุ จากการเล่นกีฬา มาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักกัน จะมีอะไรบ้างนั้น น่าสนใจแค่ไหนไปดูกันค่ะ

ก่อนอื่นขอแนะนำให้เพื่อนๆรู้จักเข่าคร่าวๆกันก่อนค่ะ

ข้อเข่าประกอบด้วย กระดูก 3 ส่วน ได้แก่ กระดูกต้นขา(femur) กระดูกหน้าแข้ง(tibia) และกระดูกสะบ้า(patella) และมีเยื่อหุ้มอยู่โดยรอบข้อ(joint capsule) โดยภายในข้อมีน้ำหล่อเลี้ยงข้อ(synovial fluid) มีเส้นเอ็นหลัก 4 เส้น ได้แก่ เอ็นไขว้หน้า(ACL) เอ็นไขว้หลัง(PCL) เอ็นข้างด้านใน(MCL) เอ็นข้างด้านนอก(LCL) และหมอนรองกระดูกเข่า(meniscus) 2 ชิ้น ซึ่งเป็นกระดูกอ่อนที่มีหน้าที่ลดแรงกระแทกต่อกระดูกข้อเข่า ด้านใน(Medial Meniscus)และด้านนอก(Lateral Meniscus)ค่ะ นอกเหนือจากนี้รอบๆข้อเข่ายังมีกล้ามเนื้อหลายมัดที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของเข่า อาทิเช่น Quadriceps muscle, Hamstring muscle, Popliteus muscle, Iliotibial band เป็นต้นค่ะ

มารู้จักโรคปวดเข่ายอดฮิตที่มักพบบ่อยๆกันค่ะ

  1. โรคข้อเข่าเสื่อม (osteoarthritis knee)

เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของกระดูกอ่อนผิวข้อ ทั้งทางด้านรูปร่าง โครงสร้าง การทำงาน ซึ่งไม่สามารถกลับสู่สภาพเดิมและอาจจะเกิดความเสื่อมที่รุนแรงขึ้นได้หากละเลยไม่ดูแลค่ะ มาดูกันดีกว่าว่าจุดเด่นของเจ้าโรคนี้มีอย่างไรบ้าง

  • มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป
  • รู้สึกฝืดในข้อช่วงเช้าหลังตื่นนอน แต่เมื่อเดินหรือเคลื่อนไหวอาการจะดีขึ้น ฝืดน้อยลง
  • มักพบตำแหน่งที่ปวดคือในข้อเข่า ปวดมากขึ้นเมื่อพยายามงอเข่า พับเข่า พบตึงๆขัดๆ และเสียวในข้อเข่าด้านหลังเวลางอเข่า
  • มีอาการบวมบริเวณรอบข้อเข่า
  • ถ้าเป็นมากหรือเป็นมานาน จะพบว่ามีการผิดรูปของข้อเข่า เกิดภาวะเข่าโก่ง
  • มีเสียงดังกร๊อบแกร็บในข้อเข่า
  1. ปวดเข่าด้านนอก (iliotibial band syndrome : ITB syndrome)

ถ้าพูดถึงโรค IT band syndrome เชื่อว่าหลายๆคนคงจะงงกันอย่างแน่นอนว่าเอ๊ะมันอะไรกัน แต่ถ้าบอกว่าเจ็บปวดเข้าด้านนอกหลายๆคนอาจอ๋อขึ้นมาทันที โดยเฉพาะในกลุ่มของนักกีฬาวิ่งหรือนักปั่นจักรยาน มักจะรู้จักเจ้าอาการนี้กันดีอยู่พอสมควรค่ะ เนื่องจากเป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่ออกกำลังกายหนักโดยเฉพาะวิ่งนานๆจะมีอาการเจ็บบริเวณเข่าด้านนอก อาการเจ็บจะเป็นมากยิ่งขึ้น เมื่อก้าวยาว เมื่อวิ่งลงเนินค่ะ ซึ่งเกิดจากตัวพังผืดที่มีชื่อว่า iliotibial band ไปเสียดสีกับปุ่มกระดูกที่อยู่ข้างเข่าด้านนอกในขณะวิ่งหรือปั่นจักรยาน จนทำให้เกิดการฉีกขาดขึ้นบางส่วนและเกิดการอักเสบขึ้นในที่สุดค่ะ จุดเด่นของคนที่เป็นโรคนี้ก็คือ มักจะปวดเมื่อวิ่งไปถึงระยะทางเดิมๆก็จะเริ่มมีอาการปวดเกิดขึ้น และหากยังคงฝืนวิ่งต่อไปก็จะปวดมากขึ้นจนวิ่งต่อไม่ไหวค่ะ

  1. โรคเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาด (ACL injury)

เส้นเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาดมักเกิดขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนทิศทางกะทันหันอย่างรวดเร็ว มักพบบ่อยในนักกีฬาอย่างเช่น ฟุตบอล บาส เมื่อเกิดอาการบาดเจ็บมักมีความรู้สึกว่ามีอะไรดีดอยู่ข้างในข้อ รู้สึกว่าเข่าสูญเสียความมั่นคง หัวเข่าไม่สามารถใช้งานได้ มีการบวมบริเวณรอบเข่า ปวดรุนแรงภายในเข่าไม่สามารถขยับได้ค่ะ

  1. โรคข้อเข่านักกระโดด (Jumper knee or Patellar tendinitis )

โรคนี้มักพบในกลุ่มนักกีฬาหรือคนที่กระโดดอยู่เป็นประจำ ซึ่งเป็นโรคที่พบไม่ได้บ่อยนัก โรคข้อเข่านักกระโดดนี้เกิดจากเส้นเอ็นใต้ลูกสะบ้าถูกฉีกกระชากจากกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า(quadriceps) เกิดการหดตัวอย่างเร็ว ทำให้เกิดอาการปวดบริเวณเข่าด้านหน้า พบจุดกดเจ็บใต้ต่อลูกสะบ้าค่ะ

 

ก็จบไปแล้วกับบทความนี้ ต้องบอกเลยทีเดียวว่าอาการบาดเจ็บและปวดที่ข้อเข่านั้นถือได้ว่าเป็นอีกสิ่งที่มักพบได้บ่อยมากเลยทีเดียวนะคะ โดยเฉพาะกับนักกีฬา คนที่ใช้ข้อเข่าบ่อยๆ หรือคนที่เกิดอุบัติเหตุกับเข่า โดยสำหรับข้างต้นสี่โรคที่เรานำมาให้เพื่อนๆได้รู้จักนั้นเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้นที่เกิดได้ขึ้นกับข้อเข่า ในเมื่อใช้งานมาอย่างหนักก็ควรต้องรู้จักกับโรคที่จะเกิดกับมันไว้บ้างจริงไหม ทีมงาน ihealthy ของเราได้คัดสรรข้อมูล สาระดีๆมาฝากเพื่อนๆกันในวันนี้ ไม่ทำให้ผิดหวังกันเลยใช่ไหมหละจ๊ะ หลังจากรู้จักโรคที่ทำให้ปวดเข่าไปแล้วก็ย่อมต้องอยากทราบวิธีแก้อาการปวดใช่ไหมหล่ะ ฉะนั้นอย่าพลาดบทความหน้าเรานะคะ แล้วพบกับเรา “ihealthy คัมภีร์ออนไลน์ของคนใส่ใจสุขภาพ” กันได้ใหม่ สำหรับวันนี้เราขอตัวลาเพื่อนๆไปก่อน สวัสดีค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก

 

Advertising: