Advertising:

สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคน ความรู้ดีๆน่าสนใจที่พวกเรา Ihealthy ได้นำมาฝากเพื่อนๆวันนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาการปวดหัวร่วมกับมีอาการคลื่นไส้ ว่าจะเข้าข่ายโรคหรือภาวะอะไรได้บ้าง หากเจ้าอาการปวดหัวหรือคลื่นไส้นี้ มันมาตัวเดียวโดดๆอาจไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวนัก แต่เมื่อมันมาพร้อมกันแล้วหล่ะก็ อาจเป็นการส่งสัญญาณที่น่ากลัวจากร่างกายให้เพื่อนๆได้ทราบกันว่าเกิดความผิดปกติที่ไม่ธรรมดาแล้ว ไปดูกันดีกว่าค่ะว่าเจ้าอาการเหล่านี้นั้น หากแสดงมาพร้อมกันจะบ่งชี้ได้ว่าเข้าข่ายโรคอะไรได้บ้าง เกิดความผิดปกติที่ใดได้บ้างค่ะ

อาจเป็นผลอันเนื่องมาจากยาคุมกำเนิด

นั่นแหละค่ะเพื่อนๆ สำหรับสาวๆที่ทานยาเม็ดคุมกำเนิดอยู่นั้นแล้วหล่ะก็ ลองสำรวจ สังเกตุอาการตัวเองดูสักนิดนะคะ เพราะการที่เพื่อนๆทานยาคุมกำเนิดนั้นเป็นการทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสโตเจนที่ทำหน้าที่ป้องกันการมีน้องเปลี่ยนแปลงไป โดยมันไม่ทำหน้าที่เฉพาะคุมกำเนิดหน่ะสิคะ มันมีอีกหลายหน้าที่ จึงทำให้การเปลี่ยนแปลงของมันนั้นส่งผลต่อระบบต่างๆในร่างกายของเพื่อนๆอีก ไปดูกันค่ะว่าผลข้างเคียงของเจ้ายาคลุมกำเนิดที่ทำให้คลื่นไส้อาเจียนและปวดศีรษะเนี่ยมันมีสาเหตุและเกิดขึ้นได้จากอะไรกัน

  • มาที่อาการแรกเลยนั่นคือคลื่นไส้อาเจียน ซึ่งอาการคลื่นไส้อาเจียนนี้มักเกิดขึ้นหลักจากเพื่อนๆทานยาประมาณ 1-2 ชั่วโมง และอาจมีอาการอยู่นานในช่วง 2-3 เดือนแรกของการทานยา เมื่อระยะเวลาผ่านไปอาการจะค่อยๆดีขึ้นค่ะ โดยเจ้าอาการนี้เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สูงขึ้นนั่นเองค่ะ
  • มาต่อกันที่อาการปวดศีรษะกันค่ะ โดยลักษณะของอาการปวดศีรษะนี้จะคล้ายกับอาการปวดศีรษะแบบไมเกรนค่ะเพื่อนๆ (ถ้าเพื่อนๆสงสัยว่าเป็นอย่างไรแล้วหล่ะก็ ตามไปอ่านได้ในบทความปวดศีรษะไมเกรนที่เราได้กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ได้เลยนะคะ) โดยเจ้าอาการนี้เกิดจากฮอร์โมนในยาเม็ดคุมกำเนิด โดยเฉพาะเอสโตรเจนซึ่งจะทำให้เกิดการคั่งของน้ำและเกลือ ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ ดังนั้นหากเพื่อนๆคนใดเป็นไมเกรนอยู่แล้วหล่ะก็การทานยาคุมกำเนิดนั้นควรผ่านการปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการปวดศีรษะในบางรายอาจเกิดมาจากภาวะเครียดก็เป็นได้ หากหยุดยาเจ้าอาการปวดนี้ก็จะหายไปเองค่ะ แต่ถ้าหากเกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงมาก ร่วมกับมีอาการตาพร่าหรือมีอาการทางระบบประสาทและสมองแล้วหล่ะก็ ควรรีบหยุดยาและไปพบแพทย์ทันทีค่ะ

จากข้างต้นนี้เป็นผลข้างเคียงบางส่วนของการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดเท่านั้นนะคะเพื่อนๆ ยังมีอีกหลายอย่าที่เราไม่ได้หยิบยกมาให้เพื่อนๆในบทความนี้ ซึ่งเราจะนำมาเล่าให้เพื่อนๆได้ทราบในโอกาสถัดไปค่ะ

เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis)

อ่านดูแล้วน่ากลัวใช่ไหมหล่ะคะเพื่อนๆ กับคำว่า “เยื่อหุ้มสมองอักเสบ” ไปทำความรู้จักกับมันกันค่ะเพื่อนๆว่าเจ้าโรคนี้มันคืออะไรกัน เจ้าสมองอกเสบเนี่ยมันเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อราบริเวณเยื่อหุ้มที่หุ้มสมอง และไขสันหลังจนทำให้เกิดการอักเสบ ไปรู้จักกับอาการและอาการแสดงของโรคนี้กันเลยดีกว่าค่ะ

โดยอาการที่พบได้บ่อยในโรคนี้คืออาการปวดศีรษะและคอแข็งเกร็งพร้อมกับมีไข้ สับสนหรือซึมลง มีการอาเจียน ไม่สามารถทนต่อแสงจ้าได้ ไม่สามารถทนต่อเสียงดังได้ บางครั้งอาจมีเพียงอาการแบบไม่จำเพาะเจาะจง เช่น อาการไม่สบายตัวหรือง่วงซึมได้โดยเฉพาะในเด็กเล็กค่ะ

ลักษณะอาการ ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามช่วงวัยค่ะ

ในเด็กแรกเกิดอายุไม่เกิน 1 เดือน อาการที่พบบ่อยมักพบว่า มีไข้ต่ำๆ เด็กจะกระสับกระส่าย ร้องไห้เสียงสูง ไม่ดูดนมดื่มนมได้น้อยลง อาจมีอาการอาเจียนและชัก บริเวณกระหม่อมโป่งนูนอันเนื่องมาจากความดันในสมองสูงขึ้นค่ะ

ในเด็กอายุเกิน 1 เดือน และช่วงวัยอื่นๆ อาการที่มักพบบ่อยๆคือ มักมีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง คลื่นไส้ อาเจียน ตากลัวแสง อาจมีอาการชัก ผู้ป่วยจะซึม มึนงง สับสน จนบางรายอาจถึงขั้นหมดสติได้ค่ะ

ในวัยผู้สูงอายุและคนมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ อาการที่พบได้บ่อยนั้นมักพบว่าผู้ป่วยจะไม่ค่อยมีไข้ หรือในบางรายอาจมีไข้ต่ำๆ มีอาการสับสน มึนงง และง่วงซึมค่ะ

น่ากลัวจริงๆเลยนะคะเพื่อนๆ เจ้าโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบเนี่ย ถือเป็นโรคที่มีความรุนแรงมากเลยทีเดียว แล้วยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้อีกด้วย โดยมักพบว่าผู้ที่เสียชีวิตจากเจ้าโรคนี้มักจะมีสาเหตุของโรคมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งการติดเชื้อชนิดนี้นั้นมีสูงมากกว่าการคิดเชื้อไวรัสถึง 25-30% เลยทีเดียวแหละค่ะ ได้ความรู้เรื่องนี้ไปแล้วหากเจ็บป่วยมีอาการแปลกๆก็อย่าปล่อยผ่านนิ่งนอนใจไปหล่ะ รีบไปพบแพทย์เพื่อได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีนะคะ

เนื้องอกสมอง (Brain tumor)

มาพบกับโรคที่สามที่เราได้นำมาให้เพื่อนๆรู้จักกันเลยนะคะ กับโรคเนื้องอกในสมอง ซึ่งสามารถขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัยกันเลยทีเดียว แล้วเจ้าโรคนี้มันยังสามารถสร้างความน่ากลัวเพิ่มขึ้นได้อีก นั่นคือมันอาจรุกรามจนเป็นเหตุให้เป็นมะเร็งสมองได้นั่นเอง โดยลักษณะอาการของมันเป็นอย่างไรบ้างนั้น ทีมงาน Ihealthy ได้นำมาให้เพื่อนๆทุกคนได้รู้จักกันแล้วที่นี่เลย ไปดูกันค่ะ

  • อาการปวดศีรษะ ซึ่งมักพบว่ามาพร้อมกับอาการคลื่นไส้และอาเจียนร่วมด้วย มักเกิดหลังตื่นนอน หรือระหว่างคืน โดยความถี่และความรุนแรงของอาการจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดอาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติต่อการมองเห็น หากเป็นมากอาจถึงขั้นตาบอดได้ในที่สุดค่ะ
  • การเปลี่ยนแปลงทางความคิด และพฤติกรรม ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่าเจ้าเนื้องอกที่เกิดขึ้นเนี่ย ไปกดทับที่สมองส่วนไหน เพราะสมองแต่ละส่วนนั้นทำหน้าที่แตกต่างกันไปค่ะเพื่อนๆ จึงทำให้ผู้ป่วยแต่ละรายมีอาการทั้งด้างพฤติกรรม และอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อต่างๆมากน้อยแตกต่างกันไปนั่นเองค่ะ
  • อาการชัก โดยอาการชักนี้สามารถเกิดขึ้นได้ 2 แบบ นั่นคือ อาการชักทั้งตัว โดยอาการนี้อาจทำให้ผู้ป่วยหมดสติหลังการชักได้เลยทีเดียว อาจมีอาการปัสสาวะ อุจจาระราดไม่รู้ตัวได้อีกด้วยนะคะ อาการชักอีกแบบที่เกิดขึ้นได้คืออาการชักเฉพาะที่ หรือเรียกอีกอย่างว่ากล้ามเนื้อกระตุกค่ะ โดยเกิดขึ้นเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น
  • ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการหมดสติเฉียบพลัน ร่วมกับมีอาการอื่นๆคล้ายกับอาการของโรคหลอดเลือดสมองได้ นั่นคือ มีอาการแขน ขา อ่อนแรง หน้าชา พูดไม่ชัด ปัสสาวะ อุจจาระเองไม่ได้ค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะเพื่อนๆ แค่เพียงอาการปวดหัวร่วมกับคลื่นไส้เนี่ยบ่งชื้ได้ว่าเป็นหลายๆโรคที่น่ากลัวได้ทั้งนั้นเลยนะคะ แค่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วนี่เป็นโรคเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนำคะที่มักมีอาการปวดหัวร่วมกับคลื่นไส้ หาเพื่อนๆแฟนๆ Ihealthy คนใดมีอาการเหล่านี้แล้วหล่ะก็ อย่านิ่งนอนใจกันเลยทีเดียวนะคะ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องและได้รับการรักษาที่ทันท่วงที สำหรับสาระเรื่องสุขภาพดีๆที่พวกเรานำมาเสนอให้เพื่อนวันนี้นั้น ขอจบลงเพียงเท่านี้ค่ะ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก

 

Advertising: