Advertising:

สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคน วันนี้พวกเราทีมงาน “Ihealthy คัมภีร์ออนไลน์เพื่อคนใส่ใจสุขภาพ” มีสาระดีๆเรื่องวิธีแก้ปวดหัวตัวด้วยตัวคุณมาฝากกันค่ะ เนื่องจากอาการปวดหัวถือเป็นเรื่องที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยมากๆในกลุ่มคนทำงานอย่างเราๆ และส่วนใหญ่แล้วสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวมักมาจากการหักโหม ทำงานหนัก การพักผ่อนไม่เพียงพอ และอาจมีบางส่วนที่มากโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคทางสมอง โรคทางฮอร์โมนต่างๆ ซึ่งแต่ละโรคนั้นย่อมมีอาการและวิธีการตรวจรักษาที่จำเพาะกันออกไปค่ะเพื่อนๆ สำหรับวันนี้ทีมงานของเราจึงมีเรื่องวิธีแก้อาการปวดหัวง่ายๆมาฝากเพื่อนๆกัน หากลองทำตามแล้วอาการไม่ดีขึ้นหล่ะก็ เพื่อนๆอย่านิ่งนอนใจ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยรักษาได้ทันท่วงทีนะจ๊ะ

กินยาลดปวดที่มีติดบ้าน

เราเชื่อว่าวิธีนี้จะเป็นวิธีแรกๆที่เพื่อนๆเลือกใช้กันเมื่อมีอาการปวดหัวเกิดขึ้น โดยยาที่มักมีติดบ้านกันส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้นยาเหล่านี้ ได้แก่ ไอบูโพรเฟ็น อเซตามิโนเฟ็น เนโพรเซ็น แอสไพริน โดยยาพวกนี้นั้นมักจะเริ่มออกฤทธิ์เมื่อกินไปแล้วประมาณ 1-2 ชั่วโมง ฉนั้นเมื่อเพื่อนๆมีอาการปวดเกิดขึ้นแล้วควรรีบทานยาทันที แต่การทานยาลดปวดต่อเนื่องนานๆนั้นถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำนะคะ ต้องลองสังเกตุตัวเองดูว่าหากสัปดาห์หนึ่งเพื่อนๆกินยาแก้ปวดเกิดกว่า 3 ครั้ง หรือกินยาแล้วไม่ช่วยบรรเทาอาการปวดลงได้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการต่อไปนะคะ

คาเฟอีนหรือกาแฟ

คาเฟอีนนี้ถือเป็นดาบสองคม การดื่มมากๆอาจส่งผลให้ร่างกายติด ดื่นมากอาจทำให้นอนไม่หลับได้ ดังนั้นไม่ควรดื่มเกินวันละสองแก้วต่อวันค่ะ โดยเฉพาะผู้ที่ปวดหัวจากไมเกรน หรือผู้ที่มีอาการปวดหัวบ่อยๆ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มคาเฟอีนเนื่องจากการดื่มคาเฟอีนเข้าไปจะทำให้หลอดเลือดขยายตัวจะยิ่งทำให้เกิดอาการมากขึ้นนั่นเอง มาดูกันว่าคาเฟอีนช่วยลดปวดหัวได้อย่างไร อันเนื่องมาจากเมื่อเราเกิดอาการปวดหัว ร่างกายจะหลั่งสารที่ชื่ออดีโนซีน (Adenosine) ออกมาเพิ่มขึ้นในกระแสเลือด โดยเจ้าคาเฟอีนจะทำหน้าที่ช่วยกั้นตัวรับสารนี้ทำให้ไม่สามารถจับสารนี้ได้ จึงทำให้ในยาแก้ปวดมักมีการผสมคาเฟอีน เพื่อช่วยให้ยาสามารถออกฤทธิ์ได้ไวยิ่งขึ้นค่ะ

ดื่มน้ำเยอะๆ

การขาดน้ำเป็นอีกสาเหตุที่สามารถนำไปสู่อาการปวดหัวได้ ฉนั้นควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวัน โดยผู้ชายให้ดื่มน้ำอย่างน้อย 13 แก้วหรือ 3 ลิตรต่อวัน ส่วนผู้หญิงให้ดื่มอย่างน้อย 9 แก้วหรือ 2.2 ลิตรต่อวันเป็นอย่างน้อยค่ะ ไม่ควรดื่มน้ำที่เย็นจัด น้ำอุณหภูมิห้องถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดค่ะเพื่อนๆ

พักผ่อนให้เพียงพอหรือลองหากิจกรรมที่ทำให้ผ่อนคลายและสงบทำ

ร่างกายควรถูกดูแลทะนุถนอมนะคะ การพักผ่อนให้เพียงพอ 8-10 ชั่วโมงต่อวัน เป็นการชาร์ตแบทให้ร่างกายได้ฟื้นตัวเต็มที่ในแต่ละวันค่ะเพื่อนๆ หายวันใดนอนไม่พอระหว่างวันควรหาเวลางีบ 15-30 นาที หรือหากิจกรรมที่ทำให้ร่างกายผ่อนคลายจะช่วยเพื่อนๆได้มากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการนวดผ่อนคลายในสปา การทำสมาธิในห้องที่เงียบ มืด สงบ สักครู่ การกำหนดลมหายใจเข้าออกให้ร่างกายได้ปรับตัวรับออกซิเจนให้เต็มปอด ช่วยลดภาวะตึงเครียดได้ดี ซึ่งถือเป็นอีกสาเหตุของอาการปวดหัวนั่นเองค่ะเพื่อนๆ

ประคบเย็นประคบร้อน

ถือเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายๆในบ้านค่ะ สำหรับการรักษาด้วยความร้อนและเย็นนี้ โดยในผู้ที่ปวดหัวไซนัสหรือปวดขมับ ลองใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นวางที่หัวดูสิคะเพื่อนๆ ช่วยบรรเทาอาการได้มากเลยทีเดียวค่ะ แต่ถ้าหากอาการปวดหัวของเพื่อนๆนั้นมาจากภาวะเครียดแล้วหล่ะก็ ควรใช้เป็นการประคบร้อนแทนนะคะ เพื่อให้เกิดความผผ่อนคลายจากอาการตึงเครียด อาการปวดตึงกล้ามเนื้อ ลองนำไปใช้ดูได้ง่ายๆนะคะ

นวดหน้า หัว คอ บ่า และไหล่

โดยจะใช้ได้ผลดีกับปวดหัวจากความตึงเครียด โดยการนวดจะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นและบรรเทาความตึงเครียด ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปวด โดยเริ่มต้นจากการวางนิ้วโป้งไว้ที่ขมับ กดค้างไว้และครึงเป็นเป็นวงกลมเล็กๆ ให้รู้สึก ไล่ตั้งแต่ขมับไปจนถึงกลางหน้าผาก แล้วนวดที่สันจมูกเบาๆ ก็จะสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนและไซนัสได้ค่ะ ต่อกันที่การนวดคอ บ่า และไหล่ โดยการกดกล้ามเนื้อข้างๆคอบริเวณหลังหูและท้ายทอยไล่ลงไปเรื่อยๆจนถึงสะบัก โดยกดค้างไว้และไล่ลงทำซ้ำข้างละ 3 รอบ จะทำให้ผ่อนคลายลดอาการปวดหัวได้ดีทีเดียวค่ะเพื่อนๆ นอกจากนี้ยังมีการยืดกล้ามเนื้อคออีกอย่างที่ช่วยได้ดีเลยทีเดียวค่ะ โดยทำตามรูปข้างล่างนี้ โดยยืดค้างไว้ท่าละ 20 วินาที ทำซ้ำท่าละ 2-3 รอบ

สิ่งที่ควรพึงระวังเมื่อมีอาการปวดหัวร่วมกับอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์

ก่อนอื่นเราขอให้เพื่อนๆลองสังเกตุตัวเองก่อนนะคะว่ามีอาการอื่นร่วมกับปวดหัวด้วยหรือไม่ เพราะอาจเกิดภัยที่น่ากลัวตามมา เช่น เส้นเลือดอุดตัน สมองอักเสบจากไวรัส หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ฉนั้นหากมีอาการเหล่านี้ขอแนะนำให้รีบพบแพทย์ทันทีนะคะ

  • มอง เดิน หรือพูดลำบาก
  • คอแข็ง
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • มีไข้สูง (38.8 – 40C)
  • หน้ามืด
  • ใช้งานร่างกายซีกใดซีกหนึ่งลำบาก
  • รู้สึกอ่อนแรงอย่างมาก ชา หรืออัมพาต
  • ปวดหัวบ่อย ปวดรุนแรง กินยาไม่ดีขึ้น

เบื้องต้นที่เราได้นำเสนอไปนี้นั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิธีแก้อาการปวดหัว ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจใช้ได้แค่กับอาการปวดหัวจากบางสาเหตุเท่านั้น หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆชาว ihealthy ทุกคนไม่มากก็น้อยนะคะ หากเพื่อนๆคนใดมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการปวดหัวของตัวเองแล้วอยากได้ความรู้เพิ่มเติมแล้วหล่ะก็ ตามไปอ่านที่บทความต่างๆของเราได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับอาการปวดหัวไมเกรน ปวดหัวข้างเดียว ปวดหัวคลื่นไส้ เราได้รวบรวมข้อมูลดีๆน่าสนใจมาไว้ให้เพื่อนๆแล้ว แต่สำหรับวันนี้เราขอตัวลาไปก่อน สวัสดีค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก

Advertising: