Advertising:

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาว Ihealthy ทุกคน วันนี้ทีมงานของเรามีสาระดีๆใส่ใจสุขภาพนำมาฝ่ากเพื่อนๆอีกเช่นเคยค่ะ โดยเรื่องที่เราได้คัดสรรมานำเสนอให้เพื่อนได้รู้จักกันวันนี้คือ ไมเกรน โรคยอดฮิตที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัวค่ะ โรคปวดศีรษะไมเกรน (Migraine) มักมีอาการปวดหัวข้างเดียว เป็นโรคปวดศีรษะเรื้อรังชนิดหนึ่ง โดยมีอาการปวดศีรษะกำเริบเป็นพักๆ ความรุนแรงของอาการปวดศีรษะอยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรง และมักพบว่าจะมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ และตากลัวแสง เป็นต้น ซึ่งวันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปรู้จักกับเจ้าไม่เกรนนี้ให้มากยิ่งขึ้น ว่ามีอาการอย่างไรบ้าง เกิดขึ้นได้อย่างไร เชิญเพื่อนๆตามไปอ่านได้เลยกับบทความสาระดีที่เราจัดมาให้เพื่อนๆอย่างอัดแน่น เต็มอิ่มแน่นอน

ไมเกรนเกิดได้อย่างไร?

โดยปัจจุบันนี้พบว่า กลไกการเกิดโรคของโรคปวดหัวไมเกรนนั้น ยังไม่ทราบละเอียดแน่ชัดและยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้ชัดเจนค่ะ แต่ก็มีทฤษฎีมากมายที่มีผู้เสนอไว้อย่างน่าสนใจเกี่ยวกับโรคไมเกรน อาทิเช่นดังต่อไปนี้ค่ะ

  • ทฤษฎีเกี่ยวกับหลอดเลือด(Vascular theory) ซึ่งอธิบายในไมเกรนชนิดที่มีออร่าหรืออาการนำว่า อาการนำก่อนปวดศีรษะชนิดออรา เกิดจากหลอดเลือดในสมองมีการหดตัวและเมื่อหลอดเลือดที่หดตัวขยายตัวออกนั้น จึงจะทำให้มีอาการปวดศีรษะตามมา โดยหลักฐานสนับสนุนคือ พบหลอดเลือดนอกกะโหลกศีรษะมีการขยายตัวและเต้นตุ้บๆ และการให้ยาช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ทำให้อาการปวดศีรษะของมีอาการดีขึ้น โดยได้มีการทำลองในส่วนของการให้ยาที่ขยายหลอดเลือดแล้วพบว่าทำให้อาการปวดศีรษะมีอาการรุนแรงขึ้น แต่เนื่องจากทฤษฎีดังกล่าวนี้ไม่สามารถอธิบายไมเกรนชนิดไม่มีออร่าได้ รวมทั้งอาการร่วมอื่นๆของการเกิดไมเกรน และยังเรื่องของยาที่ไม่มีผลต่อการหดตัวของหลอดเลือดแต่ช่วยบรรเทาอาการไมเกรนได้ รวมทั้งภาพการตรวจหลอดเลือดระหว่างเกิดและหลังเกิดไมเกรนไม่สนับสนุนทฤษฎีนี้ จึงทำให้ทฤษฎีไม่เป็นที่ยอมรับและถูกปรับตกไปนั่นเองค่ะเพื่อนๆ โดยเจ้าทฤษฎีที่ว่านี่ถูกคิดค้นโดย Wolff (แพทย์ชาวอเมริกัน) ในช่วงปี พ.ศ. 2483 ค่ะ
  • มาดูกันต่อที่อีกทฤษฎีกันค่ะ ซึ่งบอกว่าเกี่ยวกับเซลล์ประสาท หลอดเลือด และสารสื่อประสาทร่วมกัน(Neurovascu lar theory) ซึ่งอธิบายอาการนำก่อนการเกิดไมเกรนได้ว่าเซลล์ประสาทในสมองบางตัวเกิดการตื่นตัว และปล่อยสารสื่อประสาท กระตุ้นเซลล์ประสาทใกล้เคียงให้ตื่นตัว และส่งสัญญาณต่อกันไปเรื่อยๆในเซลล์ต่อๆไป จนไปกระ ตุ้นกลุ่มเซลล์ประสาทเฉพาะชนิดหนึ่ง เรียกว่า Trigerminal nucleus ซึ่งจะปล่อยสารเคมีหลายชนิดที่มีผลก่อให้เกิดอาการปวดเข้าสู่หลอดเลือด และนอกจากสารเคมีกลุ่มนี้ก่อให้เกิดอาการปวดแล้ว ยังมีผลทำให้ หลอดเลือดขยายตัวอีกด้วยค่ะเพื่อนๆ ผู้เสนอทฤษฎีนี้คือ Leao ชาวบราซิล ในปี พ.ศ. 2487
  • และจากทฤษฎีที่สองข้างต้นนี้ ได้มีผู้ค้นพบเพิ่มเติมต่อไปอีกมากมาย อาทิเช่น จุดเริ่มต้นของการเกิดไมเกรน น่าจะมาจากเซลล์ประสาทในก้านสมองซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการหายใจ การทำงานของหัวใจ หลอดเลือด และความเจ็บปวด และในสมองส่วนธาลามัสที่เป็นสมองส่วนกลางที่ควบคุมสมดุลการรับรู้ความรู้ สึกของร่างกาย เช่น ด้านเสียง แสง และการได้ยิน อีกทั้งได้มีการค้นพบว่าสารสื่อประสาทบางตัวอย่างโดปามีน (Dopamine) และซีโรโทนิน (Serotonin) มีบทบาทสำคัญในการทำให้เกิดอาการต่างๆในไมเกรน และยังมีการวิจัยยาต่างๆและพบยาที่สะกัดการทำงานของสารสื่อประสาทนั้นสามารถช่วยรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนได้ เป็นต้นค่ะ

อาการของโรคไมเกรนเป็นอย่างไรบ้าง?

ในส่วนของอาการของโรคไมเกรนนั้นเราจะขอแบ่งออกเป็นด้วยกันสองลักษณะค่ะเพื่อน นั่นคือ อาการแสดงของโรค และอาการทางคลีนิก ซึ่งจะเป็นและแตกต่างกันอย่างไรบ้างนั้นไปดูกันได้เลยค่ะ

อาการแสดงของโรคปวดศีรษะไมเกรน

อาการแสดงของปวดศีรษะไมเกรน หมายถึงอาการที่แสดงออกให้เห็น สามารถสังเกตุได้ โดยอาการปวดนี้มักจะปวดศีรษะครึ่งซีก แต่บางครั้งเป็นสองข้างก็ได้ โดยมักกินเวลาปวด 4-72 ชั่วโมง ซึ่งมักจะมีการปวดตุ๊บๆ และส่วนมากจะพบอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย รวมถึงอาจมีอาการทางสายตาร่วมด้วย เช่น เห็นแสงซิกแซก แสงวาบ เห็นภาพเป็นจุด โดยอาการปวดศีรษะไมเกรนนั้นสามารถแบ่งตามอาการนำได้เป็น 2 กลุ่มค่ะ

  • กลุ่มแรก Migraine without aura นั่นคือผู้ที่เป็นไมเกรนจะไม่มีอาการผิดปกติทางสายตา หรือที่มักเรียกว่าไวต่อแสงนำมาก่อนการปวดศีรษะ แต่มักจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วยค่ะ
  • กลุ่มที่สอง Migraine with aura นั่นคือผู้ที่เป็นไมเกรนมักจะมีอาการผิดปกติ นำมาก่อนการปวดศีรษะ มีอาการตาไวต่อแสง เห็นแสงซิกแซก แสงวาบ โดยมักจะอาการเหล่านี้ก่อนปวดศีรษะประมาณ 1 ชั่วโมง และมักมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย

อาการทางคลีนิกของโรคปวดศีรษะไมเกรน

จะแบ่งออกเป็น 5 ระยะ คือ ระยะอาการนำ(Prodrome), ระยะออร่า(aura), ระยะปวดศีรษะ, ระยะหายปวดศีรษะ (Resolution) และระยะภายหลังจากหายปวดศีรษะ (Postdrome) โดยอาการแสดงทางคลินิกนี้จะแตกต่างกันในผู้ป่วยที่เป็นไมเกรนที่ไม่มีอาการนำจะไม่พบระยะออราค่ะ

  • ระยะอาการนำ (Prodome) – จะพบอาการภายใน 24 ชั่วโมงก่อนมีอาการปวดศีรษะ เช่น หงุดหงิด อาการหิว ท้องเดิน ไม่มีสมาธิ อ่อนเพลีย เหม็นกลิ่นอาหาร เป็นต้น ซึ่งจะอาการเหล่านี้ในผู้ป่วยที่ปวดศีรษะไมเกรนประมาณ 50% ของผู้ป่วยไมเกรน
  • ระยะออรา (aura) – จะพบอาการก่อนการปวดศีรษะประมาณ 1 ชั่วโมง จะพบอาการผิดปกติทางสายตา เช่น เกิดจุดเมื่อมองวัตถุ เห็นภาพผิดขนาด เห็นภาพเพียงครึ่งเดียว แสงซิกแซก มองเห็นเป็นเส้นคลื่น ซึ่งจะอาการเหล่านี้ในผู้ป่วยที่ปวดศีรษะไมเกรนประมาณ 20% ของผู้ป่วยไมเกรน
  • ระยะปวดศีรษะ – มีอาการปวดศีรษะแบบจุดๆ ส่วนใหญ่จะปวดข้างเดียว แต่ก็พบที่ปวดศีรษะทั้งข้างได้เช่นกัน โดยมักจะมีเหล่านี้ร่วมด้วย ได้แก่ ปวดกระบอกตา ปวดต้นคอ คลื่นไส้อาเจียน กลัวแสง กลัวเสียง ซึ่งระยะมีระยะเวลา 4-72 ชั่วโมง
  • ระยะหายปวดศีรษะ (Resolution) – อาการปวดศีรษะมักจะหายไปหลังจากที่ได้พักผ่อน เช่น การนอนหลับ

ระยะภายหลังจากหายปวดศีรษะ (Postdrome) – หายจากอาการปวดศีรษะแต่ร่างกายมีอาการอ่อนล้า ศีรษะตื๊อๆ ความคิดไม่แล่น เฉยเมย จึงควรที่จะนอนพัก

อะไรและใครกันบ้างที่เป็นปัจจัยเสี่ยงจะเกิดโรคปวดศีรษะไมเกรนค่ะ

  • เพศเป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนี้ค่ะ โดยพบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงจะมีโอกาสเกิดได้มากกว่าผู้ชาย โดยเฉลี่ยพบว่าผู้หญิงประมาณ 15% จะเป็นโรคนี้ ในขณะที่ผู้ชายพบเป็นโรคนี้เพียงประมาณ 6% เท่านั้นเองค่ะ
  • พันธุกรรมถือเป็นอีกปัจจัยค่ะ โดยพบว่ากว่า 70% ของผู้ที่เป็นไมเกรนจะพบว่ามีประวัติญาติสายตรงเป็นโรคปวดศีรษะไมเกรนค่ะ
  • โรคที่มักพบว่ามีความเสี่ยงต่อการเป็นไมเกรน เช่น โรคลมชักบางชนิด โรคไขมันในเลือดสูงแบบที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม โรคหอบหืด คนที่มีผนังกั้นห้องหัวใจห้องบนรั่ว โรคซึมเศร้า วิตกกังวล เป็นต้นค่ะ
  • อาหารบางชนิดกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ค่ะ เช่น คาเฟอีน, สารไทรามีน เช่น ชีส ผงชูรส ช็อกโกแลต สารที่ให้รสหวาน เช่น aspartame ผลไม้รสเปรี้ยว โยเกิร์ต และสารไนเตรทเช่น ไส้กรอก เป็นต้น
  • ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ เช่น ในช่วงที่มีประจำเดือน ในช่วงที่รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด ผู้ที่ได้รับฮอร์โมนทดแทน และผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ เป็นต้นค่ะ
  • สภาวะแวดล้อมถือเป็นอีกสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ เช่น อาการร้อนหรือหนาวจัด แสงแดดจ้า กลิ่นไม่พึงประสงค์บางอย่าง
  • ยาและสารเคมีบางชนิดกระตุ้นให้เกิดการปวดศีรษะได้ เช่น nitroglycerine, Hydralazine, Histamine, Resepine ค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะเพื่อนๆหลังจากได้ทำความรู้จักเจ้าโรคปวดศีรษะยอดฮิตอย่างไมเกรนมากขึ้นกันไปแล้ว หวังว่าสาระดีๆที่เรานำมาให้เพื่อนได้รู้จักวันนี้คงมีประโยชน์กับเพื่อนๆที่กำลังประสบปัญหาอาการปวดหัวไมเกรนกวนใจ หรือเพื่อนๆที่กำลังมองหาความรู้เกี่ยวกับปวดหัวไมเกรน ได้เข้าใจในตัวโรคมากยิ่งขึ้นนะคะ แล้วหากใครอยากทราบถึงวิธีรักษาและบรรเทาอาการเจ้าไมเกรนอยู่แล้วหล่ะก็ รอติดตามเราได้ในบทความหน้านะคะเพื่อนๆ สาระดีๆเรื่องสุขภาพมีอยู่จริงที่ Ihealthy สำหรับวันนี้เราขอตัวลาไปก่อน สวัสดีค่ะทุกคน

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก

 

Advertising: