Advertising:

สวัสดีค่ะเพื่อนๆชาว Ihealthy ทุกคน วันนี้มาพบกับเรา กับสาระดีๆเกี่ยวกับสุขภาพที่มีอยู่จริงที่นี่ อีกเช่นเคยนะคะเพื่อนๆ สำหรับวันนี้เรามีเรื่องของอาการปวดหัวมาฝากเพื่อนๆกันค่ะ ซึ่งอาการปวดหัวหรืออาการปวด นั้นเป็นอาการทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วทุกคนต้องเคยมีอาการนี้ มีทั้งที่มีอาการรุนแรงมาก บางครั้งน้อย บางครั้งพบอาการปวดทั้งหมดศีรษะ บางครั้งปวดทางด้านหน้า บางครั้งปวดท้ายทอย บางครั้งปวดข้างเดียว และอาจมีอาการร่วมกับส่วนอื่น อาทิ บ่า ต้นคอ กระบอกตาหรือเบ้าตา แต่ในส่วนของวันนี้นั้นเราจะนำเรื่องของการปวดหัวข้างเดียว หรือ Hemicranial headache มาให้เพื่อนๆได้ทำความเข้าใจกันค่ะ ว่ามีกี่ชนิด อาการเป็นอย่างไร ถ้าพร้อมกันแล้ว ไปดูกันเลยค่ะเพื่อนๆ

แบ่งออกได้กี่ชนิด อะไรบ้าง และมีอาการอย่างไร?

ปวดศีรษะข้างเดียวนั้นมักมีอาการปวดบริเวณขมับ เบ้าตา รอบๆตา และหน้าผาก ด้านใดด้านหนึ่ง ซ้ายหรือขวา เพียงด้านเดียว และมักจะมีอาการของระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติร่วมด้วย เช่น ตาแดง น้ำตาไหล ตาบวม ลืมตาลำบาก น้ำมูกไหล โดยชนิดที่มักพบนั้นสามารถแบ่งออกได้ 5 ชนิดค่ะ เชิญเพื่อนๆตามเราไปทำความรู้จักกับอาการของแต่ละชนิดได้เลยค่ะ

  1. ปวดศีรษะไมเกรน

มักพบว่าผู้ที่ปวดศีรษะข้างเดียวส่วนใหญ่มักจะเป็นชนิดนี้ โดยธรรมชาติของโรคมักมีอาการปวดเป็นๆหายๆ มักพบว่าผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชาย มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ด้วย ลักษณะอาการปวดมักมีอาการปวดตุ้บๆ ความรุนแรงปานกลางหรืออาจปวดรุนแรง โดยมากจะปวดบริเวณ ขมับ ศีรษะด้านหน้า และรอบลูกตา ต่อมาอาการปวดจะลามไปด้านหลังของศีรษะ และในที่สุดอาจปวดทั้งศีรษะ อาการปวดศีรษะจะเป็นอยู่นาน 4-72 ชั่วโมง รู้สึกไวกับแสง เสียง หรือกลิ่นมากกว่าปกติ อาจพบอาการ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหารร่วมกับปวดศีรษะด้วยค่ะ

  1. ปวดศีรษะคลัสเตอร์ (Cluster headache)

โดยธรรมชาติของโรคมักมีอาการปวดเป็นๆหายๆ มักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ลักษณะอาการปวดมักมีอาการปวดตุ้บๆ ปวดเหมือนโดนมีดแทง มีความรุนแรงของอาการปวดมาก ตำแหน่งที่ปวดและความรุนแรงมักเป็นบริเวณหน้าผาก รอบตา ต้นคอด้านหลัง แก้ม และกราม ตามลำดับ มักเกิดอาการบ่อยประมาณ 1-8 ครั้งต่อวัน โดยเป็นนานเฉลี่ย 30 นาที ถึง 3 ชั่วโมง โดยกว่าครึ่งมักพบว่ามีการอาเจียนร่วมด้วย และกว่า 65% มักพบว่าอาการไวต่อแสงและเสียงค่ะ

  1. ปวดศีรษะ SUNCT

โดยธรรมชาติของโรคมักมีอาการปวดเป็นๆหายๆ แต่ในบางรายอาจพบว่ามีอาการปวดตลอดเวลา มักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ลักษณะอาการปวดมักมีอาการปวดเสียวแปล๊บๆ จี๊ดๆ เป็นอาการปวดจากเส้นประสาท มีความรุนแรงของอาการปวดมักอยู่ในระดับรุนแรง ตำแหน่งที่ปวดและความรุนแรงมักเป็นบริเวณหน้าผาก รอบตา ต้นคอด้านหลัง แก้ม และกราม ตามลำดับ มักเกิดอาการบ่อยประมาณ 100 ครั้งต่อวัน โดยเป็นเวลานาน 1-5 นาที โดย 25% ของผู้ที่มีอาการปวดชนิดนี้มักพบว่ามักมีอาการไวต่อแสงและเสียง และมีการอาเจียนร่วมด้วยค่ะ

  1. ปวดศีรษะ SUNA

โดยธรรมชาติของโรคมักมีอาการปวดเป็นๆหายๆ ลักษณะอาการปวดมักมีอาการปวดเสียวแปล๊บๆ จี๊ดๆ เป็นอาการปวดจากเส้นประสาท มักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ลักษณะอาการปวดมักมีอาการปวดเสียวแปล๊บๆ จี๊ดๆ เป็นอาการปวดจากเส้นประสาท มีความรุนแรงของอาการปวดมักอยู่ในระดับรุนแรง ตำแหน่งที่ปวดและความรุนแรงมักเป็นบริเวณหน้าผาก รอบตา ต้นคอด้านหลัง แก้ม และกราม ตามลำดับ มักเกิดอาการบ่อยประมาณ 100 ครั้งต่อวัน โดยเป็นเวลานาน 1-5 นาที โดย 25% ของผู้ที่มีอาการปวดชนิดนี้มักพบว่ามักมีอาการไวต่อแสงและเสียง และมีการอาเจียนร่วมด้วยค่ะ

  1. ปวดศีรษะข้างเดียวแบบไม่เปลี่ยนข้างตลอดเวลา(Hemicranial continua)

โดยธรรมชาติของโรคมักมีอาการปวดตลอดเวลา ผู้ชายและผู้หญิงมีโอกาสเกิดโรคเท่ากัน ลักษณะอาการปวดมักมีอาการปวดตุ้บๆ ปวดตื้อๆ ปวดเหมาอนโดนมีดแทง มีความรุนแรงของอาการปวดรุนแรงมาก ตำแหน่งที่ปวดและความรุนแรงมักเป็นบริเวณหน้าผาก รอบตา ต้นคอด้านหลัง แก้ม และกราม ตามลำดับ มักเกิดอาการบ่อยประมาณ 20 ครั้งต่อวัน โดยระเวลาในการปวดนั้นนาน 2-30 นาที โดย 40% ของผู้ที่มีอาการปวดศีรษะชนิดนี้มักพบว่ามีอาเจียนร่วมด้วย และกว่า 65% มักพบว่าอาการไวต่อแสงและเสียงค่ะ

จบไปแล้วค่ะกับความรู้ดีๆเกี่ยวกับอาการปวดหัวข้างเดียว ว่าบ่งชี้ได้ว่าเป็นโรคอะไรได้บ้าง เพื่อนๆคนไหนมีอาการปวดหัวข้างเดียวอยู่ก็ลองสำรวจตัวเองดูนะคะว่าเข้าข่ายกับเจ้าโรคตัวไหนได้บ้าง แล้วหากว่าเพื่อนๆอยากทราบความรู้ที่ลึกไปกว่านี้ในโรคที่เพื่อนๆสงสัยแล้วหล่ะก็ อาทิเช่น ไมเกรน หรือจะเป็นอาการปวดอื่นๆ ก็รอติดตามได้ที่นี่ Ihealthy เว็บไชต์สำหรับคนใส่ใจรักสุขภาพได้เลย และยังมีอีกหลากหลายความรู้เรื่องสุขภาพที่น่าสนใจที่เราทยอยนำมาอัพเดทให้เพื่อนได้อ่านอยู่เรื่อยๆอย่างแน่นอน หวังว่าบทความปวดหัวข้างเดียวที่เรานำมาเสนอให้เพื่อนๆในวันนี้จะถูกอกถูกใจเพื่อนๆบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ สำหรับวันนี้พวกเราทีมงาน Ihealthy ต้องขอตัวลาเพื่อนๆไปก่อน แล้วพบกันใหม่พร้อมสาระดีๆที่ไม่ควรพลาด สวัสดีค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก

 

 

Advertising: