Advertising:

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาว Ihealthy ทุกคน วันนี้เรามีเรื่องของอาการปวดมาเล่าให้เพื่อนๆอ่านกันค่ะ ซึ่งอาการปวดที่เราได้หยิบขึ้นมาวันนี้นั้นถือเป็นอาการปวดยอดฮิตเลยก็ว่าได้ นั่นคือ “อาการปวดหัว” นั่นเองค่ะ ต้องขอทำความเข้าใจกับเพื่อนๆทุกคนก่อนนะคะว่า “ปวดศีรษะ หรือปวดหัว (Headache)” ถือเป็นอาการไม่ใช่โรคนะคะ เป็นส่วนหนึ่งที่นำไปร่วมกับวินิจฉัยโรคต่อไป ซึ่งเป็นอาการที่พบบ่อยมากทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยในเด็กมักพบมากถึง 2 ใน 3 ของเด็กทั้งหมด และผู้ใหญ่มักพบมากถึง 9 ใน 10 ของผู้ใหญ่ทั้งหมดย่อมเคยมีอาการปวดศีรษะ โดยส่วนใหญ่แล้วเพศไม่มีผลต่ออาการปวดหัว ในผู้หญิงและผู้ชายมีโอกาสเกิดอาการนี้ได้พอๆกันค่ะ ซึ่งเชื่อเลยว่าเพื่อนๆเกือบทุกคนย่อมเคยมีอาการปวดหัวอย่างแน่นอน โดยอาการปวดหัวนี้สามารถจำแนกออกไปได้อีกหลายประเภทด้วยกัน ขึ้นกับลักษณะอาการปวด ร่วมกับอาการร่วมที่เกิดขึ้น ซึ่งแต่ละอาการนั้นก็จะบ่งชี้ถึงภาวะและโรคที่แตกต่างกันไปค่ะ ซึ่งวันนี้เราจะพาเพื่อนๆมาทำความรู้จักกับอาการปวดหัวให้มากยิ่งขึ้น ตามเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะว่าจะมีอะไรบ้าง ลักษณะอาการแบบไหน ชื่อเรียกของแต่ละแบบ เราได้รวบรวมมาให้เพื่อนๆได้ทำความรู้จักแล้วที่นี่ค่ะ

หากแบ่งตามสาเหตุแล้วนั้น อาการปวดศีรษะหรือปววดหัวสามารถแบ่งออกได้ 3 กลุ่มใหญ่ๆค่ะ ซึ่งแบ่งโดย สมาคมปวดศีรษะนานาชาติ (The International Headache Society: IHS) และองค์ การอนามัยโลก (WHO, World Health Organization) ค่ะเพื่อนๆ แบ่งได้ดังนี้ค่ะ

  • กลุ่มแรกอาการปวดศีรษะปฐมภูมิ (Primary headache)
  • กลุ่มที่สองอาการปวดศีรษะทุติยภูมิ (Secondary headache)
  • กลุ่มที่สามอาการปวดศีรษะจากเส้นประสาทและอื่นๆ (Cranial neuralgias, central and primary facial pain and other headaches)

เรียกการแบ่งแบบนี้ว่า IHS Classification ตาม ICHD II (International Classification of Headache Disorders II) ค่ะ

มาเริ่มกันที่อาการปวดศีรษะปฐมภูมิ (Primary headache)

เป็นอาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของระบบรับความรู้สึกปวดในสมองและระบบประสาท โดยมักจะไม่พบความผิดปกติจากการตรวจทางรังสีวิทยา อาการปวดศีรษะกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่พบได้บ่อยที่สุด เป็นอาการปวดศีรษะซึ่งเกิดขึ้นเองโดยไม่ได้เกิดจากโรค ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดศีรษะปฐมภูมิยังไม่แน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากกระบวนการที่เกี่ยวพันกันระหว่างหลอดเลือดในส่วนของศีรษะและเส้นประสาทสมอง รวมทั้งสารสื่อประสาทในสมอง ส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้น อาการปวดศีรษะในกลุ่มนี้  ได้แก่ ปวดศีรษะไมเกรน, ปวดศีรษะจากการเครียดหรือกล้ามเนื้อตึงตัว (จะมีอาการปวดศีรษะทั้งสองข้าง โดยอาการปวดมักไม่รุนแรง เป็นอาการปวดศีรษะที่พบบ่อยที่สุดถึงประมาณ 90% ของการปวดศีรษะทั้งหมด เพราะเป็นอาการปวดศีรษะที่สัมพันธ์กับการใช้ชีวิตประจำวันมาก เกิดได้เนื่องจากนอนไม่หลับ หิว เครียด ใช้สายตา ขาดน้ำ หรืออดกาแฟ โดยความรุนแรงของอาการปวดศีรษะชนิดนี้อยู่ที่รุนแรงน้อยถึงรุนแรงปานกลาง) และกลุ่มอาการปวดศีรษะที่มีความผิดปกติของเส้นประสาทสมองร่วมกับระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น ปวดศีรษะคลัสเตอร์ (มักมีอาการปวดศีรษะด้านเดียวร่วมกับปวดตา ตาแดง น้ำตาไหล และคัดจมูก อาการปวดที่เกิดขึ้นมักจะปวดรุนแรง แต่พบได้น้อยเพียงแค่ประมาณ 0.1% ของอาการปวดศีรษะในผู้ใหญ่)ค่ะ

มาต่อที่อาการปวดศีรษะกลุ่มที่สอง อาการปวดศีรษะทุติยภูมิ (Secondary headache)

เป็นอาการปวดศีรษะที่มีสาเหตุมาจากภายในสมองหรือมีสาเหตุมาจากอวัยวะภายนอกบริเวณรอบๆศีรษะที่ส่งผลมาถึงการปวดศีรษะค่ะ ได้แก่ อาการปวดศีรษะที่มีสาเหตุจากโรคต่างๆ พบได้บ่อย ความรุนแรงของการปวดชนิดนี้มักรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก โดยความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับสาเหตุของการปวด เช่น การปวดศีรษะจากการติดเชื้อ ซึ่งเกิดได้จากทั้งภายในและภายนอกสมอง อาทิเช่น ปวดศีรษะจากการมีไข้ ปวดศีรษะจากหลอดเลือดบริเวณศีรษะเกิดอักเสบ ปวดศีรษะจากการดื่มสุราหนัก ปวดศีรษะจากความดันในสมองสูง ซึ่งมักพบในโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke หรือ CVA) โรคเนื้องอกสมอง และโรคมะเร็งสมองค่ะ อาการปวดศีรษะจากสายตาผิดปกติมากๆ เช่น สายตาสั้น การปวดศีรษะจากโรคต้อหิน การปวดศีรษะจากโรคทางจิตเวช และอาการบาดเจ็บ ปวดศีรษะจากอุบัติเหตุต่อศีรษะและสมองได้รับการกระทบกระเทือน เกิดจากรากฟันเป็นหนอง ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร ซึ่งโรคในกลุ่มนี้มีความจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น การทำเอ็กซเรย์สมองและเส้นเลือดสมองซึ่งเป็นการตรวจพิเศษ อาทิ CT, MRI, MRA brain scan ค่ะ การตรวจเลือด หรือการตรวจน้ำไขสันหลังเพิ่มเติม เพื่อการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องต่อไปค่ะ

สุดท้ายกลุ่มที่สามคือ อาการปวดศีรษะจากเส้นประสาทสมองและการปวดศีรษะจากสาเหตุอื่นๆ  

เป็นอาการปวดศีรษะที่เกิดจากประสาทสมองเส้นที่ 5 ที่ทำหน้าที่ดูแลใบหน้า (โรคปวดเส้นประสาทใบหน้า) ที่มักเป็นอาการปวดศีรษะ ที่มีระดับความรุนแรงระดับปานกลางมีอาการเรื้อรัง และมีการปวดใบหน้าร่วมกับอาการปวดศีรษะด้วย ส่วนใหญ่มักเกิดด้านเดียว แต่ประมาณ 10% พบเกิดทั้งสองข้าง ทั้งนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ที่พบบ่อยคือ จากการที่มีหลอกเลือดมากดทับเส้นประสาทเส้นนี้ค่ะ อาการปวดที่เกิดจากเส้นประสาทสมอง อาการปวดเส้นประสาทท้ายทอย อาการปวดจากเส้นประสาทตาอักเสบ อาการปวดจากภาวะเส้นเลือดในสมองตีบ อาการปวดแสบร้อนในช่องปาก เป็นต้นค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะเพื่อนๆความรู้ดีๆเรื่องอาการปวดหัวหรือปวดศีรษะ ที่เราได้นำมาให้เพื่อนๆได้รู้จักในวันนี้ มากมายหลายชนิดเลยใช่ไหมหล่ะคะ อาการปวดศีรษะนี่น่ากลัวกว่าที่เราๆคิดเยอะเลย ไม่ใช่แค่ทานยาลดปวดแล้วจะรักษาได้ทั้งหมด ต้องได้รับการรักษาที่ถูกต้องและตรงตามโรคที่เป็น ถึงจะเป็นการรักษาที่ถูกต้องนะคะเพื่อนๆ หากคนที่เรารักและเป็นห่วงเกิดความผิดปกติขึ้นกับร่างกายอย่างการปวดหัวแล้วเราก็ควรตรวจดูความผิดปกติอื่นๆร่วมด้วย แล้วหากพักแล้วไม่มีที่ท่าว่าจะดีขึ้น ทางที่ดีที่สุดควรเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคต่อไปค่ะ สำหรับวันนี้เราและทีมงาน Ihealthy ขอตัวลาเพื่อนๆไปก่อน แล้วกลับมาพบกับบทความดีๆ “ใส่ใจคุณภาพไปกับเรา ihealthy ใหม่” ได้ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก

Advertising: