Advertising:

ความแตกต่างของร่างกายคนเรา ย่อมส่งผลถึงปฏิกิริยาตอบสนองที่แตกต่างกัน การใช้ยาในการรักษาโรคบางอย่าง แม้จะได้รับการดูแลจากแพทย์ ก็อาจจะไม่ได้ปลอดภัย 100% เพราะหลังจากการใช้ยา อาจจะมีอาการก่ำกึ่ง เกิดความไม่สบายทางกายบางอย่างขึ้นได้ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรละว่านี่เป็นสัญญาณที่ร่างกายกำลังแสดงออกว่าเราแพ้ยาเข้าเเล้ว แล้วการแพ้ยามีอัตรายรุนเเรงมากแค่ไหน เราจะสามารถป้องกันเพื่อให้เรามีความปลอดภัยที่สุดในการรักษาได้อย่างไรบ้างวันนี้เราลองไปทำความเข้าใจพร้อมๆกันเลยค่ะ

วิธีสังเกตผลข้างเคียงจากการใช้ยา อาการแพ้ยาแบบไหนที่บอกได้ว่าเรากำลังแพ้!

 

ที่มา: https://www.flickr.com/

ผื่นแพ้ยา อาการแพ้เบื้องต้นที่ร่างกายมันฟ้อง

ความลับอย่างนึงของร่างกายคนเรา ถ้ามีปฏิกิริยาอะไรที่สวนทางกับภาวะปกติของร่างกาย ก็จะมีการแสดงออกทางผิวหนังร่วมไปกับอาการเจ็บป่วย “ผื่นแพ้ยา”หรือ Drug Eriptions เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายเมื่อได้รับสารเคมีมากระตุ้น ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแสดงออกว่า มีการต่อต้านในกรณีที่ยาหรือสารเคมีนั้นไม่ถูกกับร่างกาย หรืออาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็เป็นได้ค่ะ ส่วนใหญ่ถ้าพบผื่นแพ้ยาจะเป็นระดับอาการของการแพ้ยาที่ไม่รุนแรง จะพบผื่นแดง มีอาการคัน มีเคสตัวอย่างที่น้อยมากๆว่า ผื่นแพ้ยาสามารถส่งผลให้เกิดความรุนแรงถึงชีวิตได้ ส่วนใหญ่จะหายไปเอง ภายใน2-3วัน แต่เพื่อความปลอดภัยยังไงก็ไปพบแพทย์ดีกว่าที่จะสรุปเอาเองนะคะ

อาการแพ้ยาเกิดจากอะไรได้บ้าง

  • ปริมาณและฤทธิ์ของยา
    เป็นอาการแพ้ ที่พบได้มาที่สุด ถึง95% ของผู้ป่วยที่มีการแพ้ยา มีความรุนเเรงน้อยเพราะสามารถตรวจสอบการใช้ยาได้แน่นอนมากกว่า การแพ้ยาอาจจะเกิดจากการใช้ยาในปริมาณที่มากเกินไป ส่งผลให้ความดันเลือดผิดปกติ รวมถึงผลข้างเคียงอื่นๆเช่น หน้ามืด ใจสั่น ฯลฯ แต่ไม่ได้หมายถึงการใช้ยาเกินขนาดเพียงอย่างเดียว บางครั้งเกิดจากการใช้ยาตัวหนึ่งติดต่อกันเป็นเวลานาน จนทำให้เกิดการสะสมปริมาณยาตัวนั้นในร่างกายที่สูงเกินไป ส่งผลให้ตับไม่สามารถขับพิษออกมาตามปกติได้เช่นเดียวกัน
  • เกิดจากอาการแพ้ยา
    เป็นการแพ้ที่พบเพียง 5% แต่นับเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีอาการรุนแรงที่สุด เนื่องจากแพทย์ไม่สามารถคาดเดาได้ ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ กับใคร และมีอาการอย่างไรบ้าง การแพ้ยาในลักษณะนี้เป็นอาการแพ้ที่เกิดขึ้นกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการที่ร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาและหลั่งสารที่ทำให้เกิดการแพ้ หรือยาบางชนิดในกลุ่มลดความดันโลหิตเช่น methyldopa ตัวยาจะเข้าไปกระตุ้นภูมิต้านทานของร่างกาย บางครั้งไปทำลายเม็ดเลือดขาวทำให้เกิดการติดเชื้อหรือเกิดการอักเสบในร่างกายได้ ส่วนอาการแพ้ยาที่พบบ่อยสุดคือการเป็นผื่นแพ้ยา เนื่องมาจากการที่รับประทานยาเข้าไปแล้ว ยาเข้าไปกระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้หลั่งสารต่อต้านอาการเเพ้ จนเกิดเป็นผื่นขึ้นมา

กินยา-อาการแพ้ยา

ที่มา: https://pixnio.com/

อาการแพ้ยาเป็นอย่างไร ?  และวิธีการรักษาอาการแพ้ยายังไงบ้าง

อาการแพ้ยาเบื้องต้น เราจะขอจำแนกตามความรุนแรงของอาการแพ้ยา เมื่อเรารู้ตัวว่าเเพ้ยาเข้าให้แล้ว สิ่งแรกที่ควรปฏิบัติคือหยุดใช้ยาเหล่านั้นทันที ส่วนการรักษาอาการเเพ้ยาเราจะแบบออกเป็น 3 กลุ่ม ตามความรุนเเรงของการ

1.อาการแพ้ยาที่ไม่รุนเเรง

เป็นอาการเบี้องต้นที่ยังไม่อันตรายมากนัก โดยจะมีสัญญาณที่เราสามารถสังเกตได้จากอาการแพ้ เช่นมีผื่นแดง มีตุ่มใส หรือมีลมพิษขึ้นบริเวณผิวหนังหรืออวัยวะต่างๆ บางครั้งก็มีอาการบวมเกิดขึ้น บริเวณหนังตา หรือริมฝีปากบวม ฯลฯ ซึ่งจะเเตกต่างกันไปตามชนิดยาที่รับประทานมากกว่า

  • วิธีการรักษา :สำหรับอาการในกลุ่มนี้ สิ่งแรกที่ควรทำคือหยุดใช้ยา หลังจากนั้นควรทานยาแก้แพ้ เช่น ยาคลอเฟนิรามีน (Chlopheniramine)เพื่อสารตกค้างในร่างกาย รับประทานวันละ 3-4 ครั้ง นอกจากนั้นสามารถรักษาด้วยการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ จะเป็นยาไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) เป็นต้น

2.อาการแพ้ยาที่รุนแรงปานกลาง

สำหรับการแพ้ยาระดับปานกลาง สิ่งที่สังเกตได้บ่อยที่สุดคืออาการใจสั่น คลื่นไส้ อยากอาเจียน และแน่นหน้าอก บางครั้งอาจรวมถึงอาการหายใจติดๆขัดๆคล้ายกับมีอาการโรคหืดหอบร่วมด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นผลข้างเคียงจากการแพ้ยาประเภทที่ใช้ฉีดเข้าร่างกาย

  • วิธีการรักษา :สำหรับอาการในกลุ่มนี้ เราจะรักษาโดยการฉีดยา ปกติแพทย์จะเป็นคนฉีดให้ โดยจะเป็นการฉีดสารอะดรีนาลีน(Adrenaline) 0.3-0.5 มิลลิกรัม หรือสเตียรอยด์ 1-2 หลอด  เข้ากล้ามเนื้อหรือหลอดเลือดโดยตรง หากเกิดกรณีฉุกเฉินมีอาการแพ้ยารุนแรงจนถึงขึ้นหยุดหายใจ ให้ผายปอดเบื้องต้นและฉีดอะดรีนาลีน(Adrenaline)เพื่อลดความรุนเเรงของอาการ

3.อาการแพ้ยาที่รุนแรงมาก

สำหรับการแพ้ยาขั้นนี้นับว่าค่อนข้างอันตราย จะมีอาการอย่างหนึ่งที่เรียกว่า อาการช็อกจากการแพ้ หรือ(Anaphylactic Shock) อาจจะทำให้ผู้ป่วยหมดสติ เป็นลม ชีพจรเต้นเบาลง ความดันต่ำ และรุนแรงถึงขั้นหยุดหายใจไปชั่วขณะได้ อาการแพ้ในระดับรุนแรงมาก กลุ่มสตีเวนจอห์นสัน (Stevens Johnson  Syndrome) สาเหตุเกิดจากการแพ้ยาปฏิชีวนะอย่างรุนแรง นอกจากนี้อาการแพ้ยายังรวมถึงอาการการแพ้น้ำเกลือหรืออาการแพ้เลือดอีกด้วย ซึ่งผู้ป่วยอาจจะมีอาการอื่นๆเเทรกซ้อน เช่นมีไข้ หนาวสั่น เเละเป็นลมพิษ แต่ยังถือว่าเป็นความอันตรายที่ควบคุมได้อยู่นะคะ

  • วิธีการรักษา :สำหรับในอาการการแพ้ยาของกลุ่มนี้   ควรรีบทานยาแก้แพ้หรือสเตียรอยด์แล้วนำส่งโรงพยาบาลทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแทรกซ้อนของอาการอื่นๆ ถ้าเกิดการติดเชื้ออาจส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตเป็นพิษมีอันตรายถึงชีวิตได้!

อาการแพ้ยาคุมกำเนิด

อาการแพ้ยาคุมกำเนิด หลายๆคนอาจจะสับสบกับอาการข้างเคียงของยาคุมกำเนิด ที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ แต่อาการแพ้จริงๆ ไม่ได้มีอะไรรุนแรงหรือน่าเป็นห่วงมากนะ เป็นเพียงผื่นแดงหรือลมพิษเท่านั้นเองค่ะ

อาการแพ้ยาแก้อักเสบ

อาการแพ้ยาแก้อักเสบหรือยาปฏิชีวนะ ระดับความรุนเเรงของการแพ้ยา จะแตกต่างกันไปตามชนิดของยา โดยทั่วไปที่สามารถพบเห็นอาการแพ้ยาได้บ่อยที่สุดก็คือ ยาเพนิซิลิน ถ้าเป็นยาประเภทรับประทาน อาการแพ้ที่เห็นก็จะเป็นพวกผื่น หรือลมพิษที่ขึ้นตามผิวหนัง แต่ถ้าเป็นยาปฏิชีวนะประเภทฉีด ก็อาจจะเกิดอาการรุนแรงได้ อาการรุนแรงที่ว่าก็คือ มีอาการบวม ทำให้ผู้ป่วยมีความดันโลหิตต่ำลง ตัวเย็นชีพจนเต้นแผ่วและเบา เป็นลมหมดสติ ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงทีอาจจะทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

แพ้ยา-อาการแพ้ยา

ที่มา: https://pixabay.com/

อาการแพ้ยาคลายกล้ามเนื้อ

นับเป็นยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ระดับความรุนแรงของอาการก็แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล บางคนเป็นเเค่ผื่นลมพิษ แต่ในบางรายอาจจะรุนแรงถึงขึ้นช็อกได้เช่นเดียวกัน ถ้าเริ่มสงสัยว่ามีอาการแพ้ยาควรรีบไปพบเเพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยน่าจะดีที่สุดค่ะ


อาการแพ้ยาลดความอ้วน 

สำหรับยาลดความอ้วน อาการแพ้แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับตัวยาในยาลดความอ้วนแต่ละชนิด บางรายเป็นเพียงผื่นแดง ถ้าระดับอาการเริ่มรุนแรง อาจจะมีอาการแน่นหน้าอก ช็อก ใจสั่นหรือผิวหนังมีรอยไหม้ ถ้าสำรวจพบอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด ไม่งั้นอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อาการแพ้ยาพาราเซตามอล

สำหรับยาสามัญที่มีติดบ้านกันอยู่แทบทุกบ้าน ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีที่พบว่ามีการแพ้ยาได้บ่อย มีอาการตั้งแต่ไม่รุนเเรงมาก เป็นผื่น แน่นหน้าอก รวมไปถึงพบอาการที่รุนเเรงมากได้ อาการที่ว่าก็คือ เกิดอาการช็อก ส่วนใหญ่เป็นการแพ้ส่วนผสมเฉพาะของแต่ละยี่ห้อ ถ้าเปลี่ยนยี่ห้อบางรายก็ไม่มีอาการแพ้ยาค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับข้อมูลในเรื่องการแพ้ยา เห็นอย่างนี้แล้วเราก็ควรสังเกตตัวเองดีดี และจดจำให้ได้ว่าเราแพ้ยาอะไรบ้าง เพราะผลของการแพ้ยานั้นถ้าทิ้งไว้นานอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ก่อนไปหาหมอทุกครั้งทางทีมงาน ihealthy แนะนำว่าเราควรทำการบ้านไปก่อนน่าจะดีที่สุดนะคะ เพื่อที่จะสามารถสื่อสารกับเเพทย์ที่ให้การรักษากับเราโดยตรงได้ นอกจากนั้นยังช่วยให้สามารถวางแพทย์การรักษาร่วมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยที่สุดอีกด้วยค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก :

https://health.kapook.com/view137547.html

http://haamor.com/th/%E0%B8%9C%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%B2/

ขอบคุณรูปจาก:

https://www.flickr.com/

 

Advertising: